จุดเช็คอินห้ามพลาด! เปิดตำนาน “ป้ายกูลิโกะ” และ “สะพานเอบิซึ” แห่งโอซาก้า
ใครที่ไปเยือนย่านโดทงโบริ (Dotonbori) ในโอซาก้า ต้องไม่พลาดการไปยืนชูแขนถ่ายรูปคู่กับป้ายไฟชายนักวิ่ง หรือ “กูลิโกะแมน” บนสะพานยอดฮิต แต่เบื้องหลังจุดเช็คอินนี้มีเรื่องราวที่น่าสนใจซ่อนอยู่มากมาย!
1. สะพานเอบิซึ (Ebisu Bridge): สะพานแห่งการ “จีบสาว” หลายคนมักเรียกผิดว่าเป็นสะพานชินไซบาชิ แต่จริงๆ แล้วชื่อของมันคือ “สะพานเอบิซึ” ในอดีตสะพานแห่งนี้มีฉายาว่า “นัมปะบาชิ” (Nampa-bashi) หรือสะพานสำหรับเหล่สาว! เพราะหนุ่มๆ โอซาก้ามักจะมายืนดักรอจีบสาวๆ แถวนี้ ปัจจุบันกลายเป็นจุดชมแสงสีนีออนยามค่ำคืนและเวทีแสดงเปิดหมวกในวันหยุดสุดสัปดาห์
2. ป้ายกูลิโกะ (Glico Man): ตำนานนักวิ่ง 6 เจเนอเรชัน ป้ายไฟหนุ่มนักวิ่งที่เราเห็นกันจนชินตานี้ ติดตั้งครั้งแรกตั้งแต่ปี 1935 ปัจจุบันเป็น “รุ่นที่ 6” แล้ว โดยเปลี่ยนจากหลอดนีออนมาเป็นหลอด LED จำนวนกว่า 140,000 ดวงเพื่อประหยัดพลังงาน ส่วนฉากหลังที่เป็นวงกลมสีแดงนั้นสื่อถึงธงชาติญี่ปุ่นนั่นเอง
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่หลายคนไม่รู้:
- ชื่อ Glico มาจากหอยนางรม!: คำว่า “Glico” ย่อมาจาก “Glycogen” (ไกลโคเจน) สารสกัดจากหอยนางรมที่คุณเอะซะกิ ริอิชิ ผู้ก่อตั้งค้นพบ และนำมาใช้เป็นชื่อบริษัท
- ที่มาของ Pocky: ขนมยอดฮิตอย่าง “ป๊อกกี้” ได้ชื่อมาจากเสียง “ป๊กกิ้ง” (Pokkin) ซึ่งเป็นคำเลียนเสียงธรรมชาติในภาษาญี่ปุ่นเวลาเรากัดแท่งขนมจนหัก
วิธีเดินทาง
Osaka Metro (Sakaisuji Line): ลงสถานี Nippombashi เดินประมาณ 5-10 นาที
Kintetsu / Hanshin Line: ลงสถานี Osaka-Namba เดินประมาณ 5 นาที
JR Line: ลงสถานี JR Namba (จะเดินไกลกว่าเพื่อน ประมาณ 10-15 นาที)

Leave a Reply